วิธีสร้างเว็บไซต์ให้โดนใจลูกค้า ตอบโจทย์ Google

วิธีสร้างเว็บไซต์นั้นไม่ยากอย่างที่คิด รวมวิธีการสร้างเว็บไซต์ที่ดี การสร้างเว็บไซต์ให้ลูกค้าประทับใจและตอบโจทย์กับการทำ SEO ไปพร้อมๆ กันไว้ในบทความนี้
วิธีสร้างเว็บไซต์ให้โดนใจลูกค้า ตอบโจทย์ Google
วิธีสร้างเว็บไซต์ให้โดนใจลูกค้า ตอบโจทย์ Google

Table of Contents

วิธีสร้างเว็บไซต์ให้ลูกค้าประทับใจจะช่วยให้ธุรกิจสามารถสร้าง First Impression ที่ดี และดึงดูดให้ลูกค้าเกิดความสนใจในตัวสินค้าและบริการได้ แต่ในปัจจุบันการสร้างเว็บไซต์ให้ถูกใจลูกค้าอย่างเดียวนั้นไม่เพียงพออีกต่อไป เพราะธุรกิจสามารถใช้วิธีการสร้างเว็บไซต์ที่เราจะมาแนะนำในบทความนี้ เพื่อออกแบบสร้างสรรค์เว็บไซต์ให้ลูกค้าชื่นชอบและตอบโจทย์กับหลักเกณฑ์การทำ SEO ของทาง Google ไปพร้อมๆ กัน

วิธีสร้างเว็บไซต์ให้ลูกค้าประทับใจ และตอบโจทย์การทำ SEO

สำหรับธุรกิจแล้วการทำเว็บไซต์ก็เปรียบเสมือนการสร้างบ้านของตัวเอง แน่นอนว่าเราก็คงอยากมีบ้านที่สวยงาม น่าอยู่ และเมื่อมีคนเข้ามาเยี่ยมชมก็คงคาดหวังให้พวกเขาได้รับความประทับใจกลับไป ด้วยเหตุนี้ธุรกิจจึงควรให้ความสำคัญกับการทำเว็บไซต์ให้เหมือนกับการสร้างบ้านของตัวเองด้วยการใส่ใจรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่ไม่ควรจะมองข้ามไป

แต่เดี๋ยวก่อน! ถ้าเรามีบ้านที่สวยแล้วจะเก็บไว้ดูคนเดียวก็คงน่าเสียดายแย่ สำหรับใครที่อยากให้บ้านของธุรกิจทั้งมีความสวยงามและมีคนเข้ามาเยี่ยมชมบ้านหลังนี้บ่อยๆ ก็คงจะต้องสร้างบ้านให้ถูกใจผู้มีอิทธิพลเพื่อให้เขาแนะนำให้มีผู้คนมาเยี่ยมชมบ้านหลังนี้กันเยอะๆ ซึ่งผู้ที่มีอิทธิพลที่เราพูดถึงนี้ก็คือ ‘Google’

เพราะในการทำเว็บไซต์ของธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ เราก็คงอยากให้เว็บไซต์ของเราไปปรากฏขึ้นอยู่อันดับต้นๆ ในหน้าการแสดงผลเมื่อมีผู้ใช้งานค้นหาสิ่งที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์ของเราใน Search engine ต่างๆ ซึ่งแน่นอนว่า Search engine ยอดนิยมของไทยก็คงจะหนีไม่พ้น Google เราจึงต้องมีการศึกษาวิธีสร้างเว็บไซต์ให้ถูกใจทั้งลูกค้าและสอดคล้องกับหลักเกณฑ์ของทาง Google ไปพร้อมๆ กัน เพื่อให้ทาง Google เลือกเว็บไซต์ของเราไปแสดงผลอยู่ในอันดับต้นๆ หรือที่เราเรียกสิ่งนี้ว่าการทำ SEO (Search engine optimization) นั่นเอง

และเพื่อให้ทุกคนสามารถทำเว็บไซต์กันได้อย่างมีคุณภาพ ในบทความนี้เราจึงขอแนะนำ 8 วิธีทำเว็บไซต์ให้ปัง ตอบโจทย์ทั้งลูกค้า และถูกใจทาง Google โดยจะมีอะไรบ้าง ไปดูกัน

1. การออกแบบต้องเป็นไปในทิศทางเดียวกัน

เว็บไซต์ที่ดีควรมีการออกแบบที่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นธีมสี Mood & Tone ของเว็บไซต์ รูปแบบของการนำเสนอบทความ ภาพ และวิดีโอ รวมถึงรูปแบบฟอนต์ต่างๆ ซึ่งการควบคุมการออกแบบให้อยู่ในทิศทางเดียวกันนั้นก็เพื่อให้เว็บไซต์มีความสวยงาม สะอาดตา ทั้งยังช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับเว็บไซต์ได้เป็นอย่างดี โดยเราขอแนะนำให้เลือกใช้ธีมสีที่แสดงออกถึงตัวตนของธุรกิจ เพื่อสร้างความน่าจดจำ และสร้างเอกลักษณ์ให้กับธุรกิจนั่นเอง

2. ยิ่งง่าย ยิ่งดี เว็บไซต์ต้องใช้งานง่าย ไม่สับสน

เรียบง่ายเข้าไว้ คือคำแนะนำของเรา! เพราะถึงแม้ว่าจะมีวิธีการสร้างเว็บไซต์ให้มีความสวยงามมากมาย แต่ถ้าขาดความเรียบง่ายก็คงจะขัดใจผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเราไม่ใช่น้อย เพราะเว็บไซต์ที่ตอบโจทย์ลูกค้าและ Google นั้นจะต้องเป็นเว็บไซต์ที่มอบประสบการณ์การใช้งานที่สะดวกสบายให้กับผู้ใช้งาน ดังนั้นธุรกิจจึงควรออกแบบเว็บไซต์ให้สามารถใช้งานได้ง่าย ไม่สร้างความสับสนให้กับผู้ใช้งาน และต้องทำให้ผู้ใช้งานสามารถค้นพบสิ่งที่พวกเข้ามองหาได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว ซึ่งในส่วนนี้จะครอบคลุมถึงทั้งการออกแบบ การจัดวางปุ่ม รูปภาพ และคอนเทนต์ต่างๆ ในเว็บไซต์ รวมถึงการให้คำแนะนำในการใช้งานที่ชัดเจน

3. Site Map ต้องมีระเบียบ ไม่ซับซ้อน

อีกหนึ่งวิธีสร้างเว็บไซต์ที่สำคัญมากๆ ก็คือการออกแบบ Site Map หรือแผนผังโครงสร้างของเว็บไซต์ให้สามารถเชื่อมโยงผู้ใช้งานไปยังหน้าต่างๆ ได้อย่างมีคุณภาพ ไม่ซับซ้อนจนเกินไป และมีการเชื่อมโยงลิงก์ภายในเว็บไซต์เพื่อให้ผู้ใช้งานใช้เวลาอยู่ภายในเว็บไซต์ของธุรกิจมากยิ่งขึ้น ซึ่งนอกจากจะทำให้ผู้ใช้งานมีโอกาสแปรเปลี่ยนมาเป็นลูกค้าของธุรกิจมากยิ่งขึ้นแล้ว ยังทำให้ Google เห็นและรับรู้ว่าเว็บไซต์ของธุรกิจมีคุณภาพ และมีการนำเสนอข้อมูลเนื้อหาต่างๆ ที่ตรงไปตามสิ่งที่ผู้ใช้งานกำลังมองหานั่นเอง

4. ยุคนี้ต้องให้ความสำคัญกับ Mobile Friendly

เมื่อในปัจจุบันผู้คนได้มีการปรับเปลี่ยนจากการใช้แค่คอมพิวเตอร์ในการค้นหาข้อมูลต่างๆ ในเว็บไซต์ มาเป็นการใช้งานโทรศัพท์มือถือ/สมาร์ตโฟนกันอย่างแพร่หลาย เว็บไซต์ที่ดีจึงจะต้องรองรับการใช้งานบนโทรศัพท์มือถือ/สมาร์ตโฟน รวมไปจนถึงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ อย่าง Tablet และ Laptop ซึ่งถือได้ว่าสิ่งนี้ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ทาง Google ให้ความสำคัญเป็นอย่างมากในการจัดอันดับเว็บไซต์

5. บทความ และเนื้อหาต้องดี มีคุณภาพ

ไม่ใช่แค่การออกแบบที่มีความสำคัญ ข้อมูลและบทความต่างๆ ในเว็บไซต์ก็มีความสำคัญเช่นเดียวกัน การสร้างเว็บไซต์ให้ถูกใจผู้ใช้งานและตรงตามหลักเกณฑ์ของ Google นั้น ธุรกิจจะต้องมีการจัดระเบียบข้อมูลและบทความต่างๆ ให้ดี เรียงลำดับเนื้อหาให้อ่านได้ง่าย มีเนื้อหาที่ตอบโจทย์กับความต้องการและความสนใจของกลุ่มเป้าหมาย ทั้งยังต้องเป็นเนื้อหาที่มีความถูกต้อง สดใหม่ ไม่ Copy ใคร และมีรายละเอียดของเนื้อหาที่ครบถ้วน

6. โหลดง่าย โหลดเร็ว เป็นไปตาม Core web vitals

ถ้าจะทำเว็บไซต์ให้ดี ต้องให้ความสำคัญกับประสบการณ์การใช้งานของผู้เข้ามาเยี่ยมชม ซึ่งทาง Google ก็ได้มีหลักเกณฑ์ในการวัดผลวิธีสร้างเว็บไซต์เหล่านี้ที่เรียกว่า Core web vitals เพื่อประเมินว่าเว็บไซต์มีคุณภาพและตอบโจทย์กับผู้ใช้งานเพียงพอแล้วหรือยัง ซึ่ง Core web vitals ในปัจจุบัน Google ได้มีการเพิ่มจาก 3 ให้กลายเป็น 4 ข้อ ดังนี้ Largest Contentful Paint (LCP) วัดผลความเร็วในการดาวน์โหลดหน้าเว็บไซต์, First Input Delay (FID) วัดผลความหน่วง/ความเร็วในการตอบสนองของเว็บไซต์, Interaction to next paint (INP) วัดผลการตอบสนองโดยรวมของเว็บไซต์ต่อการโต้ตอบของผู้ใช้งาน และ Cumulative Layout Shift (CLS) วัดผลความเสถียรของหน้าเว็บไซต์

7. Call To Action แจ่มๆ เห็นง่าย คลิกง่าย

วิธีสร้างเว็บไซต์ให้มีคุณภาพในข้อนี้คือการออกแบบ Call To Action ภายในเว็บไซต์ให้มีความเหมาะสม โดยจะต้องสามารถมองเห็นได้ง่าย ใช้คำ สี และการออกแบบที่กระตุ้นให้เกิดการตอบสนองของผู้ใช้งาน ทำให้ผู้ใช้งานอยากคลิกเพื่อเชื่อมโยงไปยังหน้าต่างๆ ของเว็บไซต์ โดยจะต้องจัดวางอยู่ในที่ที่เหมาะสม มีความโดดเด่นสะดุดตา ไม่เล็กเกินไป แต่จะต้องไม่ใหญ่เกินไปจนดูรก ซึ่งนอกจากปุ่ม Call To Action แล้ว ตัวอักษรต่างๆ ในหน้าเว็บไซต์ก็ควรเป็นฟอนต์ที่อ่านง่าย และมีขนาดที่พอเหมาะกับแพลตฟอร์มนั้นๆ อีกด้วย

8. อย่าลืมอัปเดตให้สดใหม่ เว็บไซต์ที่ดีต้องไม่ล้าหลัง

ปิดท้ายวิธีทำเว็บไซต์ให้โดนใจลูกค้าและ Google ที่เราจะมาแนะนำในวันนี้ ด้วยการให้ความสำคัญกับความสดใหม่ของข้อมูล โดยเว็บไซต์ที่ดีจะต้องมีการอัปเดตข้อมูลภายในเว็บไซต์ให้เป็นปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลของธุรกิจของตนเอง หรือข้อมูลต่างๆ ในบทความ เพื่อให้ผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมได้รับข้อมูลต่างๆ ที่ถูกต้อง นอกจากนี้เมื่อมีการทำเว็บไซต์ด้วยข้อมูลที่เป็นปัจจุบันแล้ว เมื่อเวลาผ่านไปธุรกิจก็จำเป็นจะต้องอย่าปล่อยให้เว็บไซต์ร้าง หมั่นเข้าไปอัปเดตข้อมูลต่างๆ และลงบทความหรือ Blog ภายในเว็บไซต์อย่างสม่ำเสมอเพื่อให้เว็บไซต์มีการเคลื่อนไหว ซึ่งสิ่งนี้ก็ส่งผลต่อการจัดอันดับของทาง Google เช่นเดียวกัน

เช็กลิสต์ ข้อมูลที่ควรมีในการสร้างเว็บไซต์สำหรับธุรกิจ

ข้อมูลที่ควรมีในเว็บไซต์ของธุรกิจ เช็ก (✔)
ชื่อธุรกิจ/แบรนด์ [ ]
ประวัติ/ข้อมูลของธุรกิจ [ ]
ข้อมูลของสินค้า/บริการ [ ]
รีวิวของลูกค้า (ถ้ามี) [ ]
พาร์ทเนอร์ (ถ้ามี) [ ]
สถานที่ตั้ง [ ]
ช่องทางโซเชียลมีเดียต่างๆ [ ]
ช่องทางการติดต่อ (เบอร์โทร/E-mail) [ ]

ข้อควรระวังในการสร้างเว็บไซต์

เมื่อรู้ถึงวิธีสร้างเว็บไซต์ให้มีคุณภาพ ถูกใจทั้งลูกค้าและสอดคล้องกับหลักเกณฑ์ของทาง Google รวมถึงข้อมูลต่างๆ ที่ควรมีในเว็บไซต์สำหรับธุรกิจกันเรียบร้อยแล้ว ก่อนที่จะไปทำเว็บไซต์เป็นของตัวเอง เราขอให้ทุกคนคำนึงถึงข้อควรระวังต่างๆ เหล่านี้

  1. อย่าลืมจด Domain ด้วยชื่อที่ชัดเจน จดจำง่าย และสื่อถึงตัวตน
  2. ในการเลือก Hosting ให้เลือกที่มีความเสถียรและเชื่อถือได้
  3. ลิขสิทธิ์มีความสำคัญ ทั้งรูปภาพ ไฟล์เสียง คลิปวิดีโอ รวมถึงบทความ
  4. อย่าลืมให้ความสำคัญกับข้อมูลส่วนตัวของลูกค้า ควรมีนโยบายที่ชัดเจน
  5. อย่าใส่ลิงก์เสียหรือ Broken links ไว้ภายในเว็บไซต์
  6. อย่าให้มีโฆษณามาแทรกอยู่ในหน้าเว็บไซต์มากเกินไป
  7. ระวังเรื่องการสะกดคำภายในเว็บไซต์
  8. อย่าลืมสำรองข้อมูลเพื่อป้องกันการสูญหาย

สรุป

วิธีการสร้างเว็บไซต์ให้มีคุณภาพและส่งผลดีต่อการทำธุรกิจนั้น จะต้องคำนึงถึงทั้งประสบการณ์การใช้งานและความต้องการของผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์ และจะต้องทำการสร้างเว็บไซต์ให้ตรงไปตามหลักเกณฑ์ของทาง Google ซึ่งสามารถทำได้ง่ายๆ โดยการออกแบบเว็บไซต์ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน สามารถใช้งานได้ง่าย ไม่สับสน ไม่ซับซ้อน มีปุ่ม Call to action ที่ดึงดูดให้เกิดการคลิก และที่สำคัญคือจะต้องใช้งานได้ทั้งกับคอมพิวเตอร์และสมาร์ตโฟน ซึ่งจะต้องดาวน์โหลดข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว เสถียร และมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังต้องมีการนำเสนอข้อมูลที่ถูกต้องและสดใหม่ โดยเว็บไซต์จะต้องมีการอัปเดตข้อมูลและเนื้อหาต่างๆ ให้เป็นปัจจุบันอยู่เสมอ

จะเห็นได้ว่าวิธีสร้างเว็บไซต์ให้มีคุณภาพนั้นไม่ได้ยากอย่างที่คิด และที่สำคัญคือวิธีทำเว็บไซต์เหล่านี้เป็นวิธีที่ให้ผลลัพธ์ที่ทั้งถูกใจลูกค้าและตอบโจทย์ Google ไปพร้อมๆ กัน ความรู้จัดเต็มขนาดนี้ ก็ถึงเวลาที่ทุกคนจะได้ไปทำการสร้างเว็บไซต์เป็นของตัวเองกันแล้ว!

อ้างอิง