Google Ads คืออะไร ทำงานยังไง? [รวมพื้นฐานและเทคนิค]

นอกจากการมีคอนเทนต์ที่ดี กลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน หรือการวางแผนกลยุทธ์ต่างๆ การเลือกช่องทางโฆษณาให้ถูกจุด เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้การทำโฆษณาออนไลน์ประสบความสำเร็จในประเทศไทยในผู้คนมากกว่า 90% ใช้ Google.com ในการค้นหาสิ่งต่างๆ และใช้

Table of Contents

นอกจากการมีคอนเทนต์ที่ดี กลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน หรือการวางแผนกลยุทธ์ต่างๆ การเลือกช่องทางโฆษณาให้ถูกจุด เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้การทำโฆษณาออนไลน์ประสบความสำเร็จในประเทศไทยในผู้คนมากกว่า 90% ใช้ Google.com ในการค้นหาสิ่งต่างๆ และใช้ Youtube.com ในการเสพสื่อวิดีโอมากมาย ที่คือโอกาสสำคัญของนักการตลาดและเจ้าของแบรนด์Google AdWords ถูกปล่อยออกมาให้เราได้ใช้งานระบบโฆษณาในช่วงตุลาคม ปี 2000 หลังจากนั้นในปี 2018 ได้ทำการ Rebranding เป็น Google AdsGoogle AdWords ได้รับความนิยมอย่างมากตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ได้มีการปรับเปลี่ยนช่องทางการโฆษณา ระบบโฆษณามาอย่างต่อเนื่อง ความสามารถของระบบก็ถูกพัฒนาขึ้นจนสเถียรอย่างมาก

Google Ads คืออะไร

Google Ads คือแพลตฟอร์มโฆษณา Paid Advertising รูปแบบนึง มักรู้จักกันในชื่อ PPC Advertising (Pay-per-click) หมายถึงการจ่ายเงินโฆษณาเป็นรูปแบบรายคลิกนั้นเอง รวมทั้งยังรู้จักในชื่อ Search Engine Marketing ตัวย่อที่มักเรียกกันคือ SEM นั้นเอง

ระบบโฆษณา Google Ads นอกจากมีระบบเป็น PPC (การจ่ายเงินเป็นรายคลิก) แล้ว ยังมีการจ่ายเงินเป็นรูปแบบ CPM (การจ่ายเป็นการแสดงผล 1,000 ครั้ง) อีกด้วยในโฆษณารูปแบบ GDN และ Youtube Ads ที่มุ่งเน้นไปที่การทำ Awareness ให้ธุรกิจ

Google Ads คือช่องทางนึงที่สำคัญมากๆ ต่อแผนการตลาดของเรา มีความสามารถทั้งในการเพิ่ม Traffic ให้เว็บไซต์ และหาลูกค้ากลุ่ม High Intent (ลูกค้าที่มีความต้องการซื้อสูง) ผ่าน Keyword คุณภาพที่เราเลือกใช้ให้มาทำการโทรหาธุรกิจ, แชทพูดคุย หรือทำการสั่งซื้อผ่านร้านค้าออฟไลน์และร้านค้าออนไลน์ของเรา

ในปัจจุบัน Google Ads ยังใช้ตอบโจทย์ Marketing Funnel ได้อย่างดีเยี่ยม มี Media รองรับการทำโฆษณาในทุกช่วงของ Marketing Funnel รวมทั้งระบบการทำงานของ Machine Learning ก็ดีขึ้นเรื่อยๆ

คำถามคือ Google Ads ดีจริงๆหรอ? นี้คือข้อมูลที่น่าสนใจจาก Hubspot

  • Google Ads มี CTR เกือบ 2% (ถ้า Search ads เกือบ 10% หรือ 10%++ ด้วยซ้ำ)
  • Display ads ได้รับการแสดงผลถึงเดือนละ 180 ล้านครั้ง
  • 65% ของ Click บน Google เป็นกลุ่มเป้าหมายที่พร้อมซื้ออยู่แล้ว
  • 43% ของลูกค้า ซื้อสินค้าบริการที่ได้รับชมวิดีโอบน Youtube

ทำไมต้องเป็น Google Ads

Google คือ Search Engine ที่ได้รับการค้นหามากที่สุดในโลก “โดยมีการค้นหามากกว่า 5 พันล้านครั้งในทุกวัน”

Google คือทรัพยากรสำคัญของทุกคนบนโลกในการเข้าถึงข้อมูล เป็นการผสมผสานระหว่าง Paid Search และ Organic Search อย่างลงตัว

หรืออีกเหตุผลนึงคือ คู่แข่งของคุณก็ลงโฆษณาใน Google Ads หรือเค้าอาจจะซื้อ Brand term ชื่อแบรนด์ของคุณก็ได้

ช่องทางโฆษณา Google Ads มีกี่ประเภท?

1. Search ads คืออะไร

Search Ads คือโฆษณารูปแบบการค้นหา แสดงผลเป็นรูปแบบ Text Ads (ข้อความโฆษณา) โดยแสดงผลบน Search Engine อย่าง Google.com และ Search Partner ต่างๆ ผู้ลงโฆษณาจะทำการซื้อ Keyword ดัก Search term (คำค้นหา) ของผู้ใช้เว็บไซต์ Google

ข้อดีสำคัญของ Google Search ads คือโฆษณาเราแสดงผลในขณะที่กลุ่มเป้าหมายกำลังต้องการข้อมูลด้านต่างๆ พอดี ยิ่งถ้าเรากำหนด Keyword ได้ตรงกับจังหวะที่กลุ่มเป้าหมายสนใจซื้อได้ ยิ่งทำให้เราได้ลูกค้าง่ายขึ้นไปอีก

2. Google Display Network (GDN) หรือ Banner ads คืออะไร

GDN ย่อมาจาก Google Display Network ซึ่งคือโฆษณารูปแบบแบนเนอร์แสดงผลบนเว็บไซต์ Publisher ที่เป็นพาร์ทเนอร์กับ Google Adsense และแสดงผลบนเว็บไซต์ Youtube อีกด้วย

โดย GDN สามารถเจาะกลุ่มเป้าหมายด้วยกันหลากหลายวิธี สามารถหา Traffic ได้เยอะ รวมทั้ง GDN ยังสามารถกำหนด Targeting ให้สอดคล้องกับ Persona ของกลุ่มเป้าหมายได้ดีอีกด้วย

3. Youtube ads หรือ Video ads คืออะไร

Youtube ads หรือ Video ads คือโฆษณารูปแบบวิดีโอของ Google Ads ซึ่งแสดงผลบน Youtube.com โดยมีพื้นที่การแสดงผลในเว็บอีกหลากหลายรูปแบบ

เว็บไซต์ Youtube นอกจากเป็นแพลตฟอร์ม VDO แล้ว ยังเป็นแพลตฟอร์ม Search engine อีกด้วย สามารถแสดงโฆษณาเมื่อมีการค้นหาผ่าน Keyword ต่างๆเข้ามา

4. Shopping ads คืออะไร

Shopping Ad Campaigns คือโฆษณารูปแบบเน้นการช้อปปิ้ง แสดงผลบนหน้า SERPs (หน้าผลลัพธ์การค้นหาบน Google.com) ใช้ได้กับเว็บไซต์ e-Commerce เท่านั้น ขายสินค้าได้หลากหลายชิ้น แสดงผลเป็นการ์ดรูปสินค้า ตำแหน่งโฆษณาของ Shopping ads ส่วนใหญ่นั้นแสดงผลอยู่เหนือโฆษณา Search ads หรือบางครั้งอาจแสดงในตำแหน่งฝั่งขวาของหน้า SERPs

วิธีการทำงานคล้าย Search ads เลยคือต้องมีคนค้นหาเข้ามาตาม Keyword ของเรา เราจึงแสดงผลโฆษณาของเราขึ้น แต่ Keyword ของ Shopping ads นั้น อยู่ในข้อมูลสินค้าต่างๆ ไม่ใช่การเลือกซื้อ Keyword แบบ Search ads โดย Shopping ads ทำงานร่วมกับ Google Merchant Center เพื่อใช้งาน Campaign

5. Universal App Campaign (UAC) คืออะไร

Universal App Campaign (UAC) คือการโฆษณาแอปพลิเคชั่น เน้นการโปรโมทแอปบนโทรศัพท์มือถือ โดยจะแสดงผลโฆษณาทั้งบน Google Search Network, Youtube, Google Play, Google Display Network ฯลฯ

เราสามารถรันโฆษณาให้คนมาติดตั้งแอปพลิเคชั่นสำหรับคนที่ยังไม่เคยใช้งาน ส่วนคนที่เคยใช้งานแล้ว เราก็สามารถทำการโฆษณาให้กลับมาใช้งานหรือสร้าง action บางอย่างบนแอปฯได้

Universal App Campaign (UAC) ไม่สามารถกำหนด Targeting กับ Keyword แบบแคมเปญรูปแบบอื่นๆได้ แค่เลือก Bid ที่เหลือ Google ทำงานให้เองทั้งหมด

6. Discovery ads คืออะไร

Discovery ads คือโฆษณารูปแบบการ์ด ลักษณะโฆษณาจะเนียนๆ ไปกับเนื้อหาคอนเทนต์บนแพลตฟอร์มต่างๆ ของ Google โดยโฆษณา Discovery ads จะถูกแสดงผลโฆษณาบน Google App, Youtube และ Gmail

Discovery ads เป็นโฆษณาหลักที่ถูกปล่อยมาล่าสุด เป็นโฆษณาอีกตัวนึงที่ Optimize หา Conversion โดยอาศัย Signal เก่าๆ จาก Conversion ที่เคยสร้างได้ผ่านแคมเปญรูปแบบอื่นๆ

7. Performance Max Campaign คืออะไร

Performance Max Campaign คือโฆษณารูปแบบใหม่ของ Google ล่าสุด เป็นการผสาน Inventory โฆษณาหลากหลายรูปแบบของ Google Ads เอาไว้ภายใน Performance Max Campaign เพียงแคมเปญเดียวเท่านั้น

Performance Max ถูกออกแบบมาเพื่อต่อยอดจากแคมเปญ Search ads ฯลฯ เพื่อช่วยในการหากลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ ผ่านช่องทางของ Google อย่าง YouTube, Display, Search, Discover, Gmail, และ Google Maps เป็นต้น

สิ่งที่ต้องรู้และหลีกเลี่ยงบนโฆษณา Google Ads

1. Quality score (คะแนนคุณภาพ)

หลายๆ คนอาจไม่ได้ให้ความสำคัญกับ Quality score มากนัก แต่ Quality score มีผลอย่างมากต่อต้นทุนโฆษณาที่ใช้ในการแสดงผล หาก Quality score ต่ำเกินไป จะส่งให้ CPC; Cost per Click (ต้นทุนราคาต่อคลิก) แพงขึ้น ทั้ง CPC และ Quality score คือปัจจัยในการคำนวณคะแนน AdRank (คะแนนอันดับโฆษณา) ดังนั้นถ้า Quality score มีคะแนนสูง จะส่งผลให้ CPC ราคาถูกลง ต้นทุนทางธุรกิจเราก็จะต่ำลงนั้นเอง

2. หลีกเลี่ยง Broad Keyword ในช่วงแรก

Broad Keyword ไม่ใช่ไม่ดี หรือเลวร้ายอะไร “แต่เราต้องเลือกใช้ให้ถูกช่วงจังหวะ” หากใช้เร็วเกินไปในขณะที่การทำงานของระบบโฆษณายังไม่พร้อม เช่น การเลือกใช้ Broad Keyword ในช่วงแรกของแคมเปญที่ Bid Strategy ยังใช้ Manual CPC และ Maximize clicks จะส่งผลให้ระบบโฆษณาหา Search term ทุกๆอย่างที่ระบบคาดว่าเกี่ยวข้องกับ Keyword เข้ามา แม้ไม่ได้มี Intent หรือไม่ได้มีความสนใจในการซื้อขนาดนั้น ระบบเอามาติดทั้งหมดเลย นี้คือสิ่งที่ต้องระวัง

3. เนื้อหาโฆษณาที่ไม่ตรงกับ Search Intent

เนื้อหาโฆษณาใช่ว่าจะเขียนอะไรก็ได้ที่อยากถ่ายทอด ระบบโฆษณา Google มีอีกปัจจัยนึงในการใช้คำนวณ Quality score นั้นก็คือคะแนน Ad Relevance (คะแนนความเกี่ยวข้องระหว่าง Text Ad กับ Keyword) การเขียนเนื้อหาที่ไม่ตรงกับ Search Intent นั้น นอกจากจะทำให้ Ad Relevance ต่ำ ซึ่งส่งผลให้ Quality score ต่ำไปด้วย ยังมีอีกเหตุผลนึง นั้นก็คือ เมื่อ User เห็นเนื้อหา Text Ad ไม่ตรงกับ Keyword ที่เค้าตั้งใจค้นหาเข้ามา ส่งผลให้เค้าอาจไม่ Click หรือ Click ยากขึ้น ส่งผลให้ CTR; Click through rate (อัตราการคลิก) ต่ำลงไปด้วย

4. Landing page มีผลต่อผลลัพธ์โฆษณาอย่างมาก

เว็บไซต์ที่ไว้ใช้รองรับโฆษณา Landing page / Sale page ต่างๆ มีผลต่อผลลัพธ์โฆษณาและ Conversion rate อย่างมาก Landing page เปรียบเหมือนพนักงานขายบนโลกออนไลน์ หาก Landing page มีเนื้อหาไม่ครบถ้วน ภาพไม่สวยงาม ข้อดี ไม่ชัดเจน ไม่มีรีวิว ฯลฯ ย่อมส่งผลให้ลูกค้าไม่สนใจหรือตัดสินใจได้ยาก เมื่อเทียบกับคู่แข่งเจ้าอื่นที่ถ่ายทอดออกได้ชัดเจนและน่าเชื่อถือมากกว่า นอกจากส่งผลต่อเรื่อง Conversion rate แล้ว ยังส่งผลต่อเรื่อง Quality score ด้วย หากเนื้อหาเว็บไซต์ไม่สอดคล้องกับ Keyword ที่เราซื้อ หรือ เว็บไซต์ช้ามาก เข้าเว็บยาก แบบนี้ก็ย่อมส่งผลให้คะแนน Landing page experience ตกหล่นไป -> ส่งผลให้ Quality score ตกลง -> นำมาซึ่งต้นทุนโฆษณา CPC ที่สูงขึ้น

5. ไม่ใช้ Smart Bidding ในช่วงแรก

Smart Bidding มีประโยชน์อย่างมากเมื่อใช้ถูกจังหวะ แต่ถ้าใช้ผิดจังหวะเมื่อไหร่ งบประมาณโฆษณาของคุณอาจถูกกินเงินรัวๆแบบแทบจะอาเจียน เทคนิคการใช้งาน Smart Bidding นั้น คุณต้องใช้เมื่อเข้าเงื่อนไขแล้วเท่านั้น กล่าวคือแคมเปญโฆษณาของคุณต้องมี Conversion เยอะจำนวนนึงก่อน จึงค่อยใช้งาน ไม่ควรใช้งานตั้งแต่แรกเริ่มแคมเปญ

Google Ads Bid Strategy

ปัจจัยในการทำโฆษณา Google Ads ให้ประสบความสำเร็จก็คือความเข้าใจในการเลือกใช้งาน Bid Strategy ให้เหมาะสม หากเราเลือกใช้ Bid Strategy ในช่วงเวลาที่ไม่เหมาะสม ผิดจังหวะ อาจส่งผลให้แคมเปญไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร หรือ สิ้นเปลืองงบประมาณโดยเปล่าประโยชน์

Bid Strategy มีอะไรบ้าง

การ Bid Strategy มี 2 หมวดใหญ่ที่เราต้องเลือกใช้งานคือ Manual Bidding และ Automated Bidding

  • Manual Bidding คือการควบคุมระบบการประมูลเองในแต่ละ Keyword และ Ad group เหมาะสำหรับใช้ในช่วงแรก เพื่อเรียนรู้ไปสู่ Automated Bidding
  • Automated Bidding คือการที่ให้ระบบ Machine Learning ช่วยทำงานให้แคมเปญโฆษณาของเราในการหาผลลัพธ์ตามที่เราเคยเรียนรู้ Conversion ไปแล้ว

มาเริ่มทำ Google Ads กัน!

Google Ads คือช่องทางโฆษณาที่มีความสำคัญต่อธุรกิจอย่างมาก แต่เราต้องรู้วิธีใช้งานให้เหมาะสมเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย มาเปลี่ยนจากงบประมาณโฆษณามาเป็นผลกำไรธุรกิจไปด้วยกัน!

Ref: Google Adwords